ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์           นางสาวจ.                                            โจทก์

ที่  ๓๕๒/๒๕๖๗                                  นางสาวม. ที่ ๑ กับพวกรวม ๓ คน              จำเลย       

                      โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่ารถยนต์ใช้ชื่อร้านว่า “B.” จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่ารถยนต์หมายเลขทะเบียน ขร xxxx เชียงใหม่ กับโจทก์ จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ดังกล่าวเฉี่ยวชนกับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ผย xxxx เชียงใหม่ ซึ่งมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ขับและมีจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัดเป็นผู้รับประกันภัย บริเวณบ้านป. ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้รถยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหาย โจทก์สอบถามพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่ริมได้ความว่าอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดจากความประมาทของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายแล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                           จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการ โดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

         ศาลจังหวัดเชียงใหม่ส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

        พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่ารถยนต์และให้จำเลยที่ ๑ เช่ารถยนต์โดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยที่ ๑ เป็นผู้เช่าและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนี่ง จำเลยที่ ๑ จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาเช่ารถยนต์ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ รวมกันมาในคดีนี้นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

                         วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

   ประธานศาลอุทธรณ์