คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางส. โจทก์
ที่ ๓๕๕/๒๕๖๗ นางสาวช. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการรับก่อสร้างอาคารพาณิชย์เพื่อเสนอขายแก่บุคคลทั่วไป โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ xxxxx ตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมอาคารพาณิชย์ ๓ ชั้นครึ่ง กับจำเลย ราคา ๕,๕๐๐,๐๐๐ บาท โดยโจทก์ชำระราคาให้แก่จำเลยบางส่วนแล้ว ๔,๓๕๕,๔๖๕ บาท ส่วนที่เหลือตกลงชำระในวันนัดจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ เมื่อถึงกำหนดจำเลยไม่สามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ให้แก่โจทก์ได้ จำเลยจึงได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ตกลงคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับรวม ๖,๗๗๐,๖๕๗.๕๓ บาท ให้แก่โจทก์ แต่จำเลยชำระเงินคืนให้แก่โจทก์เพียง ๓,๐๐๑,๗๗๒ บาท โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการรับก่อสร้างอาคารพาณิชย์เพื่อเสนอขายแก่บุคคลทั่วไปและทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ตามฟ้องให้แก่โจทก์ โดยปรากฏตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารท้ายคำฟ้องว่าที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขายมีชื่อบริษัทศ. จำกัด และบริษัทท. จำกัด เป็นผู้ประกอบธุรกิจจัดสรรที่ดิน แม้จำเลยอ้างตามคำร้องว่าไม่ได้ประกอบกิจการตามฟ้องแต่จากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลอุทธรณ์ได้ความว่าจำเลยเป็นกรรมการของบริษัทท. จำกัด พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่าจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ตามฟ้องให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้จะซื้อนั้น ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้อันมีมูลจากสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์