ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                   นาย ช.                            โจทก์

ที่  ๓๘๐/๒๕๖๗                                          บริษัท อ. กับพวก                จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจค้าขายรถยนต์ มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน โจทก์ซื้อรถยนต์ยี่ห้อ XXX รุ่น G. ซึ่งเป็นรถนำเข้าจากต่างประเทศจากจำเลย     ทั้งสองราคา ๒,๕๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ส่วนตัว โดยพนักงานของจำเลยทั้งสองรับรองว่าเป็นรถยนต์ที่จดทะเบียนและส่งมอบได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย โจทก์จึงชำระเงินจองและเงินดาวน์ให้แก่จำเลยที่ ๑ แล้วขอสินเชื่อเช่าซื้อจากบริษัท ร. ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) เพื่อชำระราคาส่วน  ที่เหลือ ภายหลังโจทก์รับมอบรถยนต์มาใช้งานแล้ว ต่อมานาย ธ. ติดต่อโจทก์เพื่อขอซื้อรถยนต์ดังกล่าว โจทก์ตกลงขายโดยนาย ธ. ให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แก่นางสาว ภ. หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจยึดรถยนต์ดังกล่าวเป็นของกลางในคดีเกี่ยวกับรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจากสหราชอาณาจักรและนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ต่อมาพนักงานสอบสวนกล่าวหาโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกง จากนั้นนาย ธ. และนางสาว ภ. จึงยื่นฟ้องโจทก์เป็นจำเลยเรียกคืนราคารถยนต์ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ตามคดีหมายเลขดำที่ ผบE ๘๑๓/๒๕๖๖ การกระทำของจำเลยทั้งสอง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยทั้งสองประกอบธุรกิจค้าขายรถยนต์และขายรถยนต์ตามฟ้องให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยทั้งสองอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อนั้น ไม่ปรากฏว่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องจากจำเลยที่ ๑ แล้วขายต่อให้แก่นาย ธ. ตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองในมูลซื้อขายรถยนต์ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์