ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์          ธนาคาร อ.                          โจทก์

ที่  ๓๘๒/๒๕๖๗                          นางสาว ป.                           จำเลย

                โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดวงเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท และสัญญากู้ยืมเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท กับโจทก์ ตกลงชำระดอกเบี้ยตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญาและประกาศโจทก์ โดยจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกัน กับมีบรรษัท ป. ทำหนังสือค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์และบังคับจำนอง

จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                  พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบการธนาคารพาณิชย์ โจทก์ให้จำเลยทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดและสัญญากู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ    ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยเป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดและสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน แม้จะนำเงินไปใช้ในกิจการค้าขายแผ่นยางพาราและยางพาราถ้วย ก็เป็นการใช้ในการประกอบอาชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการค้าขนาดใหญ่ จำเลยจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาบัญชีเดินสะพัด สัญญากู้ยืมเงิน และบังคับจำนอง จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์