คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. โจทก์
ที่ ๓๘๓/๒๕๖๗ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก. กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าวัสดุก่อสร้าง จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง มีจำเลยที่ ๒เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ กับมีจำเลยที่ ๔ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๕ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ในการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง รับมอบสินค้าและชำระค่าสินค้า จำเลยที่ ๕ สั่งซื้อวัสดุก่อสร้างหลายประเภทจากโจทก์เพื่อนำไปใช้ในกิจการของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ และจำเลยที่ ๕ เช่ารถแบคโฮจากโจทก์เพื่อนำไปใช้ในกิจการของจำเลยที่ ๑และที่ ๒ โจทก์ส่งมอบสินค้าให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ชำระหนี้ให้แก่โจทก์เพียงบางส่วน คงมีค่าสินค้าค้างชำระ โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งห้าเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าวัสดุก่อสร้าง โจทก์ขายวัสดุก่อสร้างหลายประเภทให้แก่จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ตามทางการค้าปกติ ของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ นั้นเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ซื้อวัสดุก่อสร้างหลายประเภทจากโจทก์เพื่อใช้ในการประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ชำระหนี้อันมีมูลจากการซื้อขายสินค้าและเช่ารถแบคโฮ โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กับให้จำเลยที่ ๕ ในฐานะตัวแทนร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์