ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                     กรม ช.                  โจทก์

ที่  ๓๘๗/๒๕๖๗                                            บริษัท ฮ.                จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นหน่วยงานของรัฐมีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ โครงการชลประทาน น. เป็นส่วนราชการในสังกัดของโจทก์ มีอำนาจดำเนินการบริหารจัดการน้ำ ควบคุมและดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการอื่นตามพื้นที่ลุ่มน้ำที่โจทก์มอบหมาย โจทก์จัดให้มีการประกวดราคาเพื่อจัดซื้อเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กเส้นกลมผิวเรียบและผิวข้ออ้อยขนาดต่าง ๆ รวม ๕ รายการ สำหรับงานระบบระบายน้ำลำห้วยยาง พร้อมอาคารประกอบ จำเลยยื่นข้อเสนอราคาต่ำสุดจึงเป็นผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โจทก์ทำสัญญาซื้อสินค้าประเภทเหล็กดังกล่าวกับจำเลย โดยจำเลยนำหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร มอบให้แก่โจทก์เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ภายหลังทำสัญญาจำเลยส่งมอบสินค้าให้แก่โจทก์เพียง ๒ รายการ และขอยกเลิกสัญญาโดยอ้างเหตุการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ (โควิด - ๑๙) จำเลยจึงไม่สามารถหาสินค้าส่งมอบให้แก่โจทก์ได้ ทั้งยังขนสินค้าที่ส่งมอบแล้ว ๒ รายการกลับคืนไป โจทก์มีหนังสือทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและเรียกให้ธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันชำระเงินตามสัญญาค้ำประกันให้แก่โจทก์แล้ว ต่อมาโจทก์จัดซื้อสินค้าดังกล่าวใหม่ได้ในราคาที่สูงกว่าราคาเดิม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าปรับและค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบกิจการค้าวัสดุก่อสร้างและขายเหล็กชนิดต่าง ๆ แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ เป็นนิติบุคคล ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำตามศักยภาพของลุ่มน้ำให้เพียงพอ และจัดสรรน้ำให้กับผู้ใช้น้ำทุกประเภท เพื่อให้ผู้ใช้น้ำได้รับน้ำอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมตลอดจนป้องกันความเสียหายอันเกิดจากน้ำ โจทก์ซื้อเหล็กชนิดต่าง ๆ จากจำเลยเพื่อใช้สอยตามปกติในกิจการของโจทก์ มิใช่เพื่อแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากการซื้อขาย จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์