ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                      นางสาวว. กับพวกรวม ๒ คน                                 โจทก์

ที่  ๓๙๑/๒๕๖๘                                           บริษัทอ. จำกัด ที่ ๑ กับพวกรวม ๖ คน                     จำเลย

                   โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการค้าอาหารเสริมและเครื่องสำอางมีจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ส่วนจำเลยที่ ๓ และที่ ๖ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนขณะที่โจทก์ทั้งสองเลื่อนตำแหน่งเป็นระดับเพชรบริหาร จำเลยที่ ๕ เป็นผู้เสนอซื้อสายธุรกิจที่โจทก์ทั้งสองเคยเป็นตัวแทนการขายกับจำเลยที่ ๑โจทก์ทั้งสองสมัครเป็นสมาชิกตัวแทนการขายสินค้าของจำเลยที่ ๑ โดยโจทก์ทั้งสองได้รับค่าตอบแทนจากค่าส่วนต่างในการขายสินค้าของจำเลยที่ ๑  ต่อมาปี ๒๕๕๗ โจทก์ทั้งสองได้ทำผลงานขายสินค้าตามเป้าแผนการตลาดที่กำหนดและได้เลื่อนตำแหน่งเป็นระดับเพชรบริหาร ซึ่งจำเลยที่ ๑ ต้องประกาศเกียรติคุณ จ่ายเงินและให้สิทธิประโยชน์ตามผลงานให้แก่โจทก์ทั้งสองตามแผนการตลาด แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ดำเนินการ ไม่จ่ายเงินและสิทธิประโยชน์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสอง รวมทั้งยึดสมาชิกตามสายงานของโจทก์ที่ ๑ กับพวกไปขายให้แก่บุคคลอื่น ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑กับพวกคืนธุรกิจแอมเวย์ให้แก่โจทก์ทั้งสอง หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา หากคืนไม่ได้ให้ชำระเงิน ๑๒๙,๗๗๔,๔๘๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง กับให้ชำระค่าเสียหายเพื่อการลงโทษแก่โจทก์ทั้งสอง

                   จำเลยทั้งหกให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยทั้งหกยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   โจทก์ทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการค้าขายสินค้า มีโจทก์ทั้งสองเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้แก่ลูกค้าของจำเลยที่ ๑ ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ทั้งสองเป็นตัวแทนและได้รับค่าตอบแทนจากการจำหน่ายสินค้าของจำเลยที่ ๑ โจทก์ทั้งสองจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ตามฟ้องอันมีมูลจากการเป็นตัวแทนขายสินค้า โดยให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์