ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                        บริษัทม. จำกัด (มหาชน)                                 โจทก์

ที่  ๓๙๒/๒๕๖๘                                          นายร. กับพวกรวม ๓ คน                            จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อรถบรรทุกใช้แล้ว จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถบรรทุกใช้แล้ว ประเภทรถลากจูง ๑๐ ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียนXXXXXX กรุงเทพมหานคร กับโจทก์ เพื่อนำไปใช้ขนส่งสินค้าในกิจการของตน มีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาแล้ว ต่อมาโจทก์ติดตามรถบรรทุกที่เช่าซื้อกลับคืนแล้วนำออกขายทอดตลาดแต่ได้เงินไม่พอชำระหนี้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การ

                   จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อรถบรรทุกใช้แล้ว และให้จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถบรรทุกประเภทลากจูง ๑๐ ล้อ โดยเรียกค่าเช่าซื้อเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขายหมายความรวมถึงการเช่าซื้อและให้เช่าซื้อด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยที่ ๑ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดา แม้โจทก์อ้างในคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ นำรถบรรทุกที่เช่าซื้อไปใช้ขนส่งสินค้าในกิจการของตน ก็เป็นการใช้ทรัพย์ที่เช่าซื้อด้วยตนเองในการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการขนาดใหญ่ จำเลย ที่ ๑ จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาเช่าซื้อ โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันจึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์