ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์      นางสาว ด.                              โจทก์

ที่  ๔๐๔/๒๕๖๗                               นาย ธ.                                   จำเลย

 

                โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์รวม ๔ ฉบับ ฉบับละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวม ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๘.๕ ต่อปี โดยจำเลยจำนำหุ้นสามัญของบริษัท อ. จำกัด และบริษัท ฟ. จำกัด เป็นประกันและสั่งจ่ายเช็คลงวันที่ล่วงหน้าให้ไว้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ เมื่อครบกำหนดชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน จำเลยขอขยายระยะเวลาชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินฉบับที่ ๑ และที่ ๒ ออกไป ๒ ครั้ง และขอขยายระยะเวลาชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินฉบับที่ ๓ ออกไป ๑ ครั้ง ภายหลังหนี้ครบกำหนด โจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                  พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงิน แม้มีการเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน แต่ได้ความจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนของบริษัท อ. จำกัด และจำเลยถูกผู้ให้กู้รายอื่นฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับการผิดสัญญากู้ยืมเงินอีกหลายคดี พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า จำเลยกู้ยืมเงินเพื่อนำไปใช้ในกิจการของบริษัทดังกล่าว อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากเงินกู้ยืมที่ได้รับอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แม้โจทก์ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงินและให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์และจำเลยก็ไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกัน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้อันมีมูลจากการกู้ยืมเงิน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                   วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์