คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาวป. ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสาวอ. โจทก์
ที่ ๔๑๕/๒๕๖๘ นางป. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้ยืมเงินจากนางสาวอ. ๕,๕๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี โดยจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันการชำระหนี้และให้ถือสัญญาจำนองเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงิน ภายหลังทำสัญญาจำเลยชำระดอกเบี้ยให้แก่นางสาวอ. บางส่วนแล้วผิดนัด ต่อมานางสาวอ. ถึงแก่ความตาย มีโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกนางสาวอ. โจทก์ทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์และบังคับจำนอง
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า นางสาวอ. เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า นางสาวอ. ให้จำเลยกู้ยืมเงิน แม้มีการเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนแต่จากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลชั้นต้นได้ความว่า โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกนางสาวอ. เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลกู้ยืมเงินต่อศาลชั้นต้นอีกเพียง ๑ คดี พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า นางสาวอ.ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน นางสาวอ. จึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ นางสาวอ. และจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกันตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ เมื่อโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสาวอ. ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลกู้ยืมเงินและบังคับจำนอง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)
วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์