ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       นางสาวผ.                                 โจทก์

ที่ ๔๑๙/๒๕๖๘                                         นางสายบ. กับพวกรวม ๒ คน          จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากันประกอบกิจการอู่ซ่อมและดัดแปลงรถโดยสารไม่ประจำทาง โจทก์ว่าจ้างจำเลยทั้งสองดัดแปลงรถโดยสารไม่ประจำทาง หมายเลขทะเบียน XXXXXX พิษณุโลก เป็นรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ตกลงค่าจ้างรวม ๕๖๖,๕๐๐ บาท โจทก์ชำระเงินค่าจ้างตามที่จำเลยทั้งสองขอเบิกแล้วแต่จำเลยทั้งสองทำงานที่รับจ้างล่าช้า นำอะไหล่จากรถโดยสารของโจทก์และอุปกรณ์ที่โจทก์ฝากไว้ไปขายให้แก่บุคคลอื่น ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถโดยสารไม่ประจำทางและอะไหล่ตามฟ้องคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยหากไม่สามารถคืนได้ให้ใช้ราคาแทนแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินค่าจ้างที่รับไว้พร้อมดอกเบี้ยและชำระค่าเสียหายแก่โจทก์

                จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                 ศาลชั้นต้นส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                  พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยทั้งสองประกอบกิจการอู่ซ่อมและดัดแปลงรถยนต์ จำเลยทั้งสองรับจ้างโจทก์ดัดแปลงรถโดยสารไม่ประจำทางโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตนจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้รับจ้างจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นเป็นบุคคลธรรมดา แม้จะใช้ประโยชน์รถโดยสารไม่ประจำทางตามฟ้องในการประกอบวิชาชีพทันตแพทย์ก็เป็นการใช้ประโยชน์ด้วยตนเองและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการค้าขนาดใหญ่ โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองในมูลจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                    วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์