คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาวอ. โจทก์
ที่ ๔๒๐/๒๕๖๘ บริษัทว. จำกัด กับพวกรวม ๒ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการอ. กับจำเลยที่ ๑ จำนวน ๑ ห้อง มีข้อตกลงว่าจำเลยที่ ๑ จะชำระผลตอบแทนและรับซื้อห้องชุดคืนจากโจทก์ตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญา ภายหลังทำสัญญาโจทก์ชำระค่าห้องชุดให้แก่จำเลยที่ ๑ บางส่วนตามสัญญาแล้ว แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ก่อสร้างห้องชุดให้แล้วเสร็จตามสัญญาและผิดนัดไม่ชำระค่าตอบแทนแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยทั้งสองทำสัญญาคืนเงินค่าห้องชุดและค่าตอบแทนแก่โจทก์ ๕,๓๗๗,๘๑๗,๑๗ บาท แต่จำเลยทั้งสองคืนเงินแก่โจทก์เพียงบางส่วนแล้วผิดนัด คงมีหนี้ค้างชำระ ๕,๓๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดจากจำเลยทั้งสองเพื่อการลงทุน คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดเพียง ๑ ห้องแม้มีข้อตกลงชำระผลตอบแทนและรับซื้อห้องชุดคืน ก็ถือเป็นวิธีการขายห้องชุดของจำเลยที่ ๑ ให้ได้จำนวนมาก เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามสัญญาคืนเงินค่าห้องชุดอันมีมูลจากสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานศาลอุทธรณ์