คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัทก. จำกัด (มหาชน) โจทก์
ที่ 43/๒๕๖8 นายก. ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชน จำเลยที่ ๒ พาจำเลยที่ 1 เข้ารับการรักษาพยาบาลอาการเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอกที่ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลก. ซึ่งเป็นสถานพยาบาลในกิจการของโจทก์ โจทก์แจ้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้แก่จำเลยที่ ๒ ทราบและให้การรักษาแก่จำเลยที่ ๑ แล้ว แต่โจทก์ได้รับชำระค่ารักษาพยาบาลเพียงบางส่วน คงมีค่ารักษาพยาบาลค้างชำระหลังจากหักค่าส่วนลดแล้วเป็นเงิน ๒,931,000 บาท ต่อมาจำเลยที่ 2 ทำหนังสือรับชำระหนี้ตกลงเป็นลูกหนี้ร่วมชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์ ครบกำหนดชำระหนี้จำเลยทั้งสองผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนและให้การรักษาพยาบาลจำเลยที่ 1 โดยเรียกค่าบริการเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติ
วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้อันมีมูลจากการรักษาพยาบาล จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ 2 ซึ่งโจทก์ฟ้องให้รับผิดรวมกันมาในคดีนี้นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)
วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค
(นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์)
ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์