คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว ซ. โจทก์
ที่ ๔๓๑/๒๕๖๗ บริษัท ล. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ถือหนังสือเดินทางของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทย จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจบริการขนส่ง มีจำเลยที่ ๒ เป็นพนักงาน โจทก์ใช้บริการขนส่งพัสดุของจำเลยที่ ๑ เพื่อจัดส่งหนังสือเดินทางของบุคคลสัญชาติเมียนมารวม ๒๗ เล่ม จำเลยที่ ๑ มอบหมายให้จำเลยที่ ๒ เป็นผู้มารับพัสดุจากโจทก์เพื่อนำส่งให้แก่ผู้รับที่จุดนัดหมาย ต่อมาโจทก์สอบถามไปยังผู้รับพัสดุปลายทางปรากฏว่ายังไม่ได้รับพัสดุ โจทก์จึงร้องเรียนไปยังจำเลยที่ ๑ เพื่อให้ตรวจสอบเกี่ยวกับพัสดุสูญหายระหว่างการขนส่ง จำเลยที่ ๑ รับว่าจะตรวจสอบให้ แต่กลับไม่ดำเนินการ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดทำหนังสือเดินทางทั้ง ๒๗ เล่มใหม่เพื่อนำไปขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและโดยจำเลยที่ ๑ ให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการขนส่งและรับจ้างโจทก์ขนส่งสินค้าโดยเรียกค่าบริการหรือค่าธรรมเนียม เป็นค่าตอบแทนทางการค้าปกติของตน โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนหรือพนักงานของจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการขนส่งพัสดุของจำเลยทั้งสองแม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่พัสดุที่โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ จัดส่งเป็นหนังสือเดินทางของบุคคลสัญชาติเมียนมา จำนวน ๒๗ เล่ม พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากบริการที่ได้รับจากจำเลยทั้งสองอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากการจ้างขนส่งพัสดุจึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์