คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ธนาคาร พ. โจทก์
ที่ ๔๗๘/๒๕๖๗ นาย น. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อที่ดินของนาย ธ. โดยติดจำนองมาจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์เป็นผู้รับจำนองที่ดินแปลงดังกล่าว จำเลยส่งคำเสนอว่าจะรับใช้เงินเพื่อไถ่ถอนจำนองมายังโจทก์ โจทก์เห็นว่าจำนวนเงินที่จำเลยเสนอมาไม่สมควรกับราคาทรัพย์สิน จึงปฏิเสธไม่ยอมรับคำเสนอ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และบังคับจำนอง
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ประกอบการธนาคาร โจทก์ให้นาย ธ. กู้ยืมเงินและรับจำนองที่ดินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีนาย ธ. อยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค ส่วนจำเลยเป็นเพียงผู้ซื้อทรัพย์จำนองจากการขายทอดตลาด หาทำให้มีฐานะเป็นผู้จำนองแทนลูกหนี้เดิมซึ่งเป็นผู้รับบริการไม่ จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลหนี้จำนอง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์