ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์     นาย ว.                                                           โจทก์

ที่  ๕๖๙/๒๕๖๗                              ห้างหุ้นส่วนจำกัด จ. ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน          จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการออกแบบตกแต่งภายในและภายนอกสถานที่ มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์ว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ตกแต่งติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านพักอาศัยของโจทก์ ตกลงค่าจ้าง ๒,๕๖๐,๐๐๐ บาท แบ่งชำระเป็น ๕ งวด โจทก์ชำระเงินค่าจ้างด้วยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยที่ ๒ แต่จำเลยทั้งสองทำงานที่รับจ้างล่าช้า ชำรุดบกพร่อง และใช้วัสดุคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสองแก้ไขและดำเนินงานต่อให้แล้วเสร็จ แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องว่าจ้างผู้รับเหมารายอื่นทำงานที่รับจ้างต่อและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการออกแบบตกแต่งภายในและภายนอกสถานที่ มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งสองรับจ้างโจทก์ตกแต่งติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านพักอาศัยของโจทก์โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยทั้งสองจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและงานที่ว่าจ้างเป็นบ้านพักอาศัย ไม่ปรากฏว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่งโจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                                   (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                                     ประธานศาลอุทธรณ์