คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว ก โจทก์
ที่ ๖๖๗/๒๕๖๗ นาย ส จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ว่าจ้างจำเลยออกแบบตกแต่งและปรับปรุงอาคารพาณิชย์ ๔ ชั้นครึ่ง เลขที่ XXX เลขที่ XXX และเลขที่ XXX ในโครงการ ช เอกชัย - บางบอน ตกลงค่าจ้าง ๒,๕๐๕,๘๐๓ บาท โจทก์ชำระค่าจ้างให้แก่จำเลยแล้ว ๒,๔๐๕,๕๓๗ บาท แต่จำเลยไม่สามารถส่งมอบอาคารพาณิชย์ในสภาพเสร็จสมบูรณ์ตามสัญญาให้โจทก์ได้ เนื่องจากจำเลยทำงานไม่ตรงกับใบเสนอราคา ผิดจากแบบในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ใช้คนงานที่ไม่มีฝีมือ ทำงานเพียงบางส่วนแล้วละทิ้งงาน โจทก์ต้องว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างรายอื่นเข้าดำเนินการแทน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยและดำเนินธุรกิจของโจทก์ได้ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแพ่งธนบุรีส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างและรับจ้างโจทก์ออกแบบตกแต่งและปรับปรุงอาคารพาณิชย์โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๕๑มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นเป็นบุคคลธรรมดาและงานที่ว่าจ้างเป็นอาคารพาณิชย์เพื่ออยู่อาศัย แม้จะใช้บางส่วนในการดำเนินธุรกิจ ก็เป็นการใช้ประโยชน์ด้วยตนเองในการประกอบอาชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการขนาดใหญ่ โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์