คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท อ. โจทก์
ที่ ๕๖๘/๒๕๖๗ นาย ส. ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ ๑ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยทั้งสองร่วมกันทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างบ้านพักอาศัยโครงการ ค. เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยที่ ๑ และครอบครัว ตกลงค่าจ้างในส่วนงานสถาปัตยกรรมและงานระบบวิศวกรรม รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ๒๒๔,๗๐๐,๐๐๐ บาท และค่าจ้างงานตกแต่งภายใน รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ๑๒๓,๐๕๐,๐๐๐ บาท แบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงาน ภายหลังทำสัญญาโจทก์ทำงานที่รับจ้างใกล้แล้วเสร็จ แต่จำเลยทั้งสองไม่ยินยอมให้โจทก์เข้าทำงานที่รับจ้างต่อโดยมิใช่ความผิดของโจทก์และไม่ชำระค่าจ้างตามที่โจทก์ขอเบิกตามงวดงาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องของโจทก์ว่า โจทก์ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างและทำสัญญารับจ้างจำเลยที่ ๒ ก่อสร้างโครงการ ค. โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๒ ซึ่งมีชื่อเป็นคู่สัญญาฝ่ายผู้ว่าจ้างตามสำเนาเอกสารท้ายคำฟ้องนั้น เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างโครงการ ค. เพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๒ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๒ ชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ โดยให้จำเลยที่ ๑ ร่วมรับผิดในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์