ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์

ที่  ๕๒๐/๒๕๖๗

                                                                          บริษัท ช.                                             โจทก์

                                                                          วัด บ. กับพวก                                  จำเลย

                  โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการหล่อหลอมโลหะ ออกแบบ และหล่อพระพุทธรูป จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคล มีจำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าอาวาสผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าอาวาสวัด บด. เป็นประธานกรรมการและประธานดำเนินงานโครงการวัด บ. สร้างหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ องค์ใหญ่ โดยได้รับมอบหมายจากจำเลยที่ ๒ ให้ลงลายมือชื่อในสัญญาจ้างกับโจทก์ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ทำสัญญาจ้างโจทก์สร้างรูปเหมือนหลวงพ่อคูณ องค์ใหญ่ ขนาดหน้าตัก ๑๙ เมตร สูง ๒๗ เมตร เนื้อสำริด เพื่อประดิษฐานที่วัด บ. ตกลงค่าจ้าง ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท มีจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ลงลายมือชื่อเป็นพยาน โจทก์ทำงานที่รับจ้างตามสัญญาแล้ว เมื่อถึงงวดการชำระเงิน จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ผิดนัดชำระค่าจ้าง ต่อมาจำเลยทั้งเจ็ดทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ไว้แก่โจทก์รับว่าเป็นหนี้ค้างชำระ ๑,๘๖๔,๐๒๗ บาท แบ่งชำระเป็นงวดรายเดือน ไม่น้อยกว่าเดือนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท และตกลงคืนทองบรอนซ์ซึ่งเป็นวัสดุในการหล่อพระ น้ำหนัก ๑๐๐.๒ กิโลกรัม เป็นเงิน ๕๕,๑๑๐ บาท ภายหลังทำหนังสือรับสภาพหนี้จำเลยทั้งเจ็ดชำระหนี้ให้แก่โจทก์เพียง ๙๐๐,๐๐๐ บาท และไม่คืนวัสดุทองบรอนซ์ให้แก่โจทก์ โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งเจ็ดเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งเจ็ดชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                  จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ถึงที่ ๗ ให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

                  จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ถึงที่ ๗ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการหล่อหลอมโลหะ ออกแบบและหล่อพระพุทธรูป โจทก์อ้างว่าทำสัญญารับจ้างจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ สร้างรูปเหมือนหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ องค์ใหญ่ โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและเป็นผู้รับบริการนั้น จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ โจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งสามว่าจ้างโจทก์จัดสร้างรูปเหมือนหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ องค์ใหญ่ เพื่อนำไปประดิษฐานที่วัด บ. ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้อันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๔ ถึงที่ ๗ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ รวมกันมาในคดีนี้นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)

                  วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

 

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

  ประธานศาลอุทธรณ์