คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์
ที่ ๕๕๒/๒๕๖๗
นางส. โจทก์
บริษัท อ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายป. (ผู้ตาย) จำเลยรับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน xx – xxxx กำแพงเพชร และรถพ่วงหมายเลขทะเบียน yy – yyyy กำแพงเพชร ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ท. ระหว่างระยะเวลาคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย นายณ. ซึ่งเป็นลูกจ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัด ท. ขับรถยนต์บรรทุกและรถพ่วงดังกล่าวในทางการที่จ้างและได้รับความยินยอมจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ท. ไปตามถนนสายตลิ่งสูง – ลาดยาว ซึ่งเป็นทางโท มุ่งหน้าอำเภอลาดยาว เมื่อถึงจุดเกิดเหตุบริเวณสี่แยกเขาชนกัน จุดตัดกับถนนสายปางมะค่า – แม่วงก์ ซึ่งเป็นทางเอก ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง ไม่ชะลอความเร็วรถเมื่อใกล้ทางแยกและไม่หยุดรถตามป้ายจราจรให้รถในทางเอกไปก่อน กลับขับรถผ่านแยกไปด้วยความเร็วสูงเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถยนต์หมายเลขทะเบียน AA AAAA กำแพงเพชร ที่นายป. ขับมาในทางเอก ทำให้นายป. ถึงแก่ความตาย โจทก์เรียกให้จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว แต่จำเลยปฏิเสธ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้องจำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่นกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจประกันภัย จำเลยรับประกันภัยรถยนต์บรรทุกและรถพ่วงของห้างหุ้นส่วนจำกัด ท. โดยเรียกค่าเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนนายป. (ผู้ตาย) ไม่ได้มีความสัมพันธ์ในฐานะผู้รับบริการจากจำเลย นายป. จึงไม่อยู่ในฐานะผู้บริโภค มูลคดีที่โจทก์ฟ้องเกิดจากเหตุละเมิดที่มิได้สืบเนื่องมาจากการบริการของจำเลย การที่โจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกและรถพ่วงที่ก่อเหตุละเมิด จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์