คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ท. โจทก์
ที่ ๖๒๑/๒๕๖๗ นางสาว พ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างบ้านพักอาศัยแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ตกลงค่าจ้าง ๒,๐๘๐,๐๐๐ บาท แบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงานเป็น ๑ งวด โจทก์ทำงานที่รับจ้างและจำเลยชำระเงินให้โจทก์แล้ว ๘ งวด ต่อมาโจทก์ทำงานงวดที่ ๙ แล้วเสร็จส่วนงานงวดที่ ๑๐ งวดที่ ๑๑ งานแก้ไขและงานเพิ่มเติมโจทก์ทำใกล้แล้วเสร็จ แต่จำเลยไม่ยอมตรวจรับมอบงาน ไม่ชำระค่าจ้าง ไม่ให้โจทก์เข้าทำงานส่วนที่เหลือ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์รับจ้างจำเลยก่อสร้างบ้านพักอาศัย อันเป็นการรับจัดทำการงานโดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินและมิใช่การจ้างแรงงานจึงเป็นการบริการ เมื่อพิจารณาจากลักษณะงานตามสัญญาจ้างและจำนวนเงินค่าจ้าง บ่งชี้ว่าเป็นการทำงานที่ต้องอาศัยความรู้และความชำนาญในการก่อสร้างอย่างผู้มีวิชาชีพโดยเฉพาะ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่าโจทก์รับจ้างทำงานดังกล่าวตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างและงานที่ว่าจ้างเป็นบ้านพักอาศัย ไม่ปรากฏว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจ้างทำของ จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์