คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ด โจทก์
ที่ ๖๕๒/๒๕๖๗ บริษัท พ จำกัด จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายสิทธิการเช่าห้องชุดในโครงการ ป กับจำเลย ๑ ห้อง มีข้อตกลงว่าหากโจทก์ชำระราคาครบถ้วน จำเลยจะชำระค่าตอบแทนรับประกันการเช่าให้แก่โจทก์เป็นเวลา ๑๕ ปี ภายหลังทำสัญญาโจทก์ชำระราคาให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้วแต่จำเลยไม่จดทะเบียนการเช่าให้แก่โจทก์ภายในกำหนดเวลาตามสัญญา โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนการเช่าห้องชุดตามฟ้องให้แก่โจทก์ หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้จำเลยคืนเงินและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์เป็นนักลงทุนชาวต่างชาติ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายสิทธิการเช่าห้องชุดกับจำเลยเพื่อต้องการผลตอบแทนการรับประกันการเช่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และทำสัญญาจะซื้อจะขายสิทธิการเช่าห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดา ทำสัญญาจะซื้อจะขายสิทธิการเช่าห้องชุดเพียง ๑ ห้อง แม้มีข้อตกลงชำระค่าตอบแทนรับประกันการเช่า ก็ถือเป็นวิธีการขายสิทธิการเช่าห้องชุดของจำเลยให้ได้จำนวนมาก เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ประกอบธุรกิจซื้อขายหรือให้เช่าห้องชุด พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากห้องชุดตามฟ้อง ทั้งมูลคดีที่โจทก์อ้างก็สืบเนื่องจากจำเลยไม่จดทะเบียนการเช่าให้แก่โจทก์ตามสัญญา โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยอันมีมูลจากสัญญาจะซื้อจะขายสิทธิการเช่าห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์