คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย จ.ที่ ๑ กับพวก โจทก์
ที่ ๖๘๔/๒๕๖๗ บริษัท พ. จำเลย
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทั้งสองทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุดระยะยาวในโครงการ ป.กับจำเลย จำนวน ๑ ห้อง ราคา ๕,๔๐๐,๐๐๐ บาท มีข้อตกลงว่าจำเลยจะชำระผลตอบแทนให้แก่โจทก์ทั้งสองตามอัตราที่กำหนดไว้เป็นเวลา ๑๕ ปี ภายหลังทำสัญญาโจทก์ทั้งสองชำระเงินค่าสิทธิการเช่าให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยไม่จดทะเบียนสิทธิการเช่าห้องชุดให้แก่โจทก์ทั้งสองและผิดนัดชำระผลตอบแทนตามสัญญาโจทก์ทั้งสองทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์ทั้งสองทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุดเพื่อการลงทุน คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
ระหว่างทำคำวินิจฉัย ศาลจังหวัดภูเก็ตมีหนังสือแจ้งว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลจังหวัดภูเก็ตมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว
พิเคราะห์แล้ว เมื่อโจทก์ทั้งสองและจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลจังหวัดภูเก็ตมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว กรณีจึงไม่มีปัญหาที่ประธานศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘ อีกต่อไป ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์