คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางอ. โจทก์
ที่ ๗๕๑/๒๕๖๗ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ส. จำกัด จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายด. ผู้ตาย จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทสมาคม มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ และสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกที่ถึงแก่ความตาย นายด. เป็นสมาชิกของจำเลย ต่อมานายด. ถึงแก่ความตาย โจทก์แจ้งให้จำเลยชำระเงินฌาปนกิจสงเคราะห์แก่โจทก์ แต่จำเลยปฏิเสธ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ตามระเบียบพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘ วรรคสอง บัญญัติว่า การขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ ไม่ว่าโดยคู่ความเป็นผู้ขอหรือโดยศาลเห็นสมควร ถ้าเป็นการขอในคดีผู้บริโภคต้องกระทำอย่างช้าในวันนัดพิจารณา หากพ้นกำหนดเวลาแล้วห้ามมิให้มีการขอให้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอีก คดีนี้ ศาลจังหวัดเชียงใหม่รับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างคดีผู้บริโภค โดยกำหนดนัดพิจารณาในวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๗ ต่อมาได้เลื่อนการพิจารณาไปนัดแจ้งประเด็นข้อพิพาทวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๗ ก่อนถึงวันนัดไม่มีคู่ความโต้แย้งการดำเนินกระบวนพิจารณาว่าคดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค เมื่อถึงวันนัดดังกล่าว ศาลจังหวัดเชียงใหม่กำหนดประเด็นข้อพิพาทและหน้าที่นำสืบของคู่ความซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๓๒ อันเป็นกระบวนพิจารณาที่ได้ทำในวันนัดพิจารณา ดังนี้ หากมีกรณีต้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ก็ต้องกระทำในวันดังกล่าว การที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๗ ย่อมเป็นการล่วงเลยเวลาที่จะขอให้มีการวินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และส่งสำนวนคืนศาลจังหวัดเชียงใหม่เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์