คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นายว. โจทก์
ที่ ๗๕๒/๒๕๖๗ บริษัทบ. จำกัด กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยที่ ๓ เป็นผู้ควบคุมงาน โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ก่อสร้างอาคาร ๒ ชั้น พร้อมลานจอดรถตามแบบแปลนด้านหน้าทาวน์เฮ้าส์ ๓ ชั้น เลขที่ xx โชคชัย ๔ ซอย ๕๐ แยก ๒ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ และปรับปรุงซ่อมแซมทาวน์เฮ้าส์ดังกล่าว ภายหลังทำสัญญา จำเลยทั้งสามทำงานที่รับจ้างไม่ได้มาตรฐาน ชำรุดบกพร่อง ล่าช้า และทำให้ทาวน์เฮ้าส์ข้างเคียงได้รับความเสียหาย โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสามแก้ไขแล้ว แต่จำเลยทั้งสามไม่ดำเนินการและบอกเลิกสัญญาแก่โจทก์โดยมิใช่ความผิดโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทก. จำกัด โจทก์ว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ก่อสร้างปรับปรุงอาคารเพื่อใช้เป็นสถานประกอบกิจการและห้องประชุมบริษัท คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง และจำเลยที่ ๑ ฟ้องแย้งว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ทำให้จำเลยที่ ๑ ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยที่ ๑
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การ ฟ้องแย้ง คำให้การแก้ฟ้องแย้ง และข้อเท็จจริงที่คู่ความแถลงต่อศาลแพ่งว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง และรับจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคาร ๒ ชั้น พร้อมลานจอดรถ และปรับปรุงซ่อมแซมทาวน์เฮ้าส์ของโจทก์โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างแม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทก. จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ ๑ ก่อสร้างอาคาร ๒ ชั้นด้านหน้าทาวน์เฮ้าส์เพื่อใช้เป็นสำนักงานของบริษัทและห้องประชุม และปรากฏตามเอกสารท้ายคำฟ้องว่ามีสำเนาใบกำกับภาษีค่าสินค้าและบริการภายในทาวน์เฮ้าส์ของโจทก์ระบุชื่อบริษัทดังกล่าว พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่า โจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ ซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ ไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามนัยมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์