ค้นหาคำวินิจฉัย

 

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์   บริษัท ร. จำกัด (มหาชน)                โจทก์

ที่  ๗๐๔/๒๕๖๗                  นาย ก. ที่ ๑ กับพวกรวม ๓ คน                  จำเลย

                    โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถพ่วง หมายเลขทะเบียน xxxxxx กับโจทก์ ๑ คัน มีจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ต่อมาโจทก์ติดตามรถพ่วงที่เช่าซื้อคืนแล้วนำออกขายตลาดได้เงินไม่พอชำระหนี้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                       จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

               พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และให้จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถพ่วงโดยเรียกค่าเช่าซื้อเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าซื้อและให้เช่าซื้อด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้น เป็นบุคคลธรรมดา แม้จำเลยที่ ๑ อ้างในคำร้องขอให้วินิจฉัยว่าทำสัญญาเช่าซื้อรถพ่วงจากโจทก์เพื่อนำไปรับจ้างบรรทุกอิฐ หิน ดิน ทราย ก็เป็นการใช้ทรัพย์ที่เช่าซื้อด้วยตนเองในการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีพและไม่ปรากฏว่าเป็นกิจการค้าขนาดใหญ่ จำเลยที่ ๑ จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลเช่าซื้อ โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา  นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์