ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์      นายพ.                                                                 โจทก์

ที่ ๗๑๐/๒๕๖๗                              บริษัทซ. จำกัด กับพวก                                              จำเลย

 

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบอาชีพรับจ้างให้บริการรักษาความปลอดภัย จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาว่าจ้างโจทก์อารักขาบุคคลสำคัญของจำเลยที่ ๑ ตามที่ได้รับมอบหมาย มีกำหนด ๑ ปี ตกลงค่าจ้างเดือนละ ๒๔๐,๐๐๐ บาท หากมีการบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนด จะต้องแจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓ เดือน โดยจำเลยที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อในสัญญาจ้างแทน ภายหลังทำสัญญาโจทก์ทำงานที่รับจ้างและได้รับชำระค่าจ้างเพียง ๔ เดือน หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองแจ้งให้โจทก์พักงานโดยอ้างว่าไม่มีบุคคลสำคัญให้โจทก์อารักขาและไม่ชำระค่าจ้างโดยมิใช่ความผิดโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ และให้การว่าคดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบอาชีพรับจ้างให้บริการรักษาความปลอดภัยและทำสัญญารับจ้างรักษาความปลอดภัยให้แก่จำเลยทั้งสองโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลย ๑ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างนั้นเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร การงานที่จำเลยที่ ๑ ว่าจ้างโจทก์นั้นเพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ในมูลสัญญาจ้างรักษาความปลอดภัย โดยให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์