คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ด. โจทก์
ที่ ๗๑๘/๒๕๖๗ บริษัท ธนาคาร ก. จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากจำเลยที่ ๑ ภายหลังทำสัญญารถยนต์ที่เช่าซื้อชำรุดบกพร่องเกินสมควรจนไม่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย โจทก์บอกเลิกสัญญาโดยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่จำเลยที่ ๑ แล้ว สัญญาเช่าซื้อจึงเป็นอันเลิกกันและโจทก์ไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ใด ๆ แก่จำเลยที่ ๑ อีก แต่จำเลยที่ ๑ นำรถยนต์ดังกล่าวออกขายทอดตลาด เมื่อได้เงินไม่พอชำระหนี้ส่วนที่ขาดตามสัญญาเช่าซื้อ กลับจงใจรายงานข้อมูลที่ไม่ถูกต้องให้จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการเกี่ยวกับการรวบรวมและประมวลผลข้อมูลเครดิต สินเชื่อ และหนี้สิน บันทึกข้อมูลว่า โจทก์มีประวัติการคืนรถยนต์และค้างชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ให้แก้ไขข้อมูลเครดิตของโจทก์ให้ถูกต้องว่าไม่มีภาระหนี้ค้างชำระและไม่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี และแจ้งข้อมูลเครดิตของโจทก์แก่สมาชิกของจำเลยที่ ๒ ให้ถูกต้อง
จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลจังหวัดบึงกาฬส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ ศาลจังหวัดบึงกาฬมีคำสั่งอนุญาต จำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ ๒ ออกจากสารบบความ
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ จำเลยที่ ๑ ประกอบการธนาคารพาณิชย์ และให้โจทก์เช่าซื้อรถยนต์โดยเรียกค่าเช่าซื้อเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าซื้อ และให้เช่าซื้อด้วย จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์เป็นผู้เช่าซื้อและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้นเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากรถยนต์ที่เช่าซื้ออีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากการแจ้งข้อมูลเครดิตเกี่ยวกับการเช่าซื้อรถยนต์ จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์