ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์         นางสาว ป.                                        โจทก์

ที่ ๖๒๘/๒๕๖๗                                          บริษัท ว. จำกัด กับพวก                    จำเลย

 

          โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบอาชีพทนายความและประกอบธุรกิจให้บริการสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม จำเลยทั้งสามประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงิน เดิมโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามต่อศาลจังหวัดเชียงรายตามคดีหมายเลขดำที่ พ XXX ขอให้จำเลยทั้งสามยอมรับชำระหนี้เงินกู้ที่โจทก์กู้ยืมเงินจากจำเลยทั้งสามและให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมขายฝากที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ XXX ที่โจทก์จดทะเบียนขายฝากไว้กับจำเลยที่ ๒ เพื่ออำพรางการกู้ยืมเงินดังกล่าว และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบโฉนดที่ดินที่ขายฝากคืนโจทก์ ศาลจังหวัดเชียงรายพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษาให้เพิกถอนสัญญาขายฝากที่ดินและการจดทะเบียนขายฝากที่ดิน กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบโฉนดที่ดินคืนแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามได้รับคำบังคับตามคำพิพากษาแล้ว แต่จำเลยทั้งสามไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินคืนแก่โจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่สามารถนำโฉนดที่ดินดังกล่าวไปขอสินเชื่อเพื่อนำเงินมาลงทุนปรับปรุงกิจการห้องพักของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียโอกาสทางธุรกิจ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

          จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

          ศาลจังหวัดเชียงรายส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

          พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ เนื่องจากจำเลยทั้งสามไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๕ คืนแก่โจทก์ อันเป็นการดำเนินการบังคับคดีตามสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบัญญัติรับรองไว้ การที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสามไม่ส่งมอบโฉนดที่ดิน ตามฟ้องคืนโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่สามารถนำโฉนดที่ดินดังกล่าวไปขอสินเชื่อเพื่อนำเงินมาลงทุนปรับปรุงกิจการห้องพักของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียโอกาสทางธุรกิจ จึงเป็นมูลละเมิดที่มิได้สืบเนื่องจากการให้บริการใด ๆ ของจำเลยทั้งสาม โจทก์และจำเลยทั้งสาม จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกัน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายจากการไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินคืนแก่โจทก์ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

          วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

                                                                                                   (นางสุวิชา นาควัชระ)

                                                                                                    ประธานศาลอุทธรณ์