ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                  นางสาว ล.                                             โจทก์

ที่ ๗๔๐/๒๕๖๗                                         บริษัท น.                                              จำเลย

          โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกิจการให้เช่าโครงการ น. โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายคอนโดมิเนียม ฟ. (โครงการรับประกันรายได้) ในโครงการดังกล่าวกับจำเลย ๔ ห้อง คือ ห้องชุดหมายเลข XXX มีข้อตกลงว่า โจทก์เป็นผู้ออกค่าก่อสร้างและจำเลยให้โจทก์เช่า ๓๐ ปี ต่อระยะเวลาการเช่าได้ ๒ ครั้ง ครั้งละ ๓๐ ปี โดยกำหนดค่าเช่าห้องชุดไว้และโจทก์มีสิทธิได้รายได้ ๑๕ ปี ภายหลังทำสัญญาโจทก์ชำระเงินตามสัญญาให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยชำระรายได้ให้แก่โจทก์ตามอัตราที่กำหนดไว้เพียง ๒ ปี จากนั้นจำเลยผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

         จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง

         จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

         โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

         พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การ คำร้องและคำคัดค้านว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์เป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดกับจำเลย ๔ ห้อง ซึ่งเป็นห้องชุดที่อยู่ติดกันเพื่ออยู่อาศัยกับครอบครัวซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่ แม้จำเลยจะอ้างในคำร้องว่าโจทก์ซื้อห้องชุดเพื่อเก็งกำไร ก็เป็นการคาดการณ์ของจำเลยโดยไม่มีพยานหลักฐานใดสนับสนุน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

         วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                                     (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                                     ประธานศาลอุทธรณ์