คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ บริษัท บ. โจทก์
ที่ ๘๑๗/๒๕๖๗ นาย ธ. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล จำเลยสมัครและโจทก์อนุมัติให้เป็นสมาชิก “บัตรเครดิต ก.” กับโจทก์ ตกลงชำระดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญาและประกาศโจทก์ จำเลยนำบัตรเครดิตที่โจทก์ออกให้ไปใช้ซื้อสินค้าและบริการ รวมทั้งเบิกถอนเงินสดหลายครั้ง จำเลยไม่สามารถชำระหนี้ได้จึงทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับโจทก์ แต่จำเลยผิดนัด โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตและออกบัตรเครดิตให้แก่จำเลยโดยเรียกดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซึ่งเป็นผู้ขอบัตรเครดิตนั้นเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ปรากฏว่าจำเลยแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลบัตรเครดิต จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์