ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์       นางสาว ส ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน                       โจทก์

ที่ ๘๗๐/๒๕๖๘                               นาง อ                                                         จำเลย

                    โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 4475, 4476, 5192 และ 5193 ตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้กับโจทก์ทั้งสองแล้วไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา แต่จำเลยและบริวารยังคงอยู่อาศัยในทรัพย์ที่ขายฝากดังกล่าว โจทก์ทั้งสองมีหนังสือแจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้อง

                   จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องอำพรางการกู้ยืมเงิน ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภค หมายความว่า (๔) คดีแพ่งที่มีกฎหมายบัญญัติให้ใช้วิธีพิจารณาตามพระราชบัญญัตินี้และพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔ คำว่า ผู้ขายฝาก หมายความว่า บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ขายตามสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และคำว่า ที่อยู่อาศัย หมายความว่า อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดินที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยหรือเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย คดีนี้ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การและเอกสารท้ายคำให้การว่า จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์สองชั้นไว้แก่โจทก์ทั้งสองแล้วไม่ไถ่ถอนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา เมื่อจำเลยเป็นบุคคลธรรมดาและถูกโจทก์ทั้งสองฟ้องขับไล่ออกจากทรัพย์ที่ขายฝากโดยปรากฏข้อเท็จจริงตามสำเนาหนังสือขายฝากที่ดินเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 4 ว่าทรัพย์ที่ขายฝากมีอาคารพาณิชย์สองชั้นเลขที่ 303, 304 และ 305 ตรงกับภูมิลำเนาของจำเลยตามฟ้อง พฤติการณ์แห่งคดีเชื่อได้ว่า เป็นการขายฝากที่อยู่อาศัย ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๑ บัญญัติให้คดีที่มีข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการขายฝากเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคโดยให้ถือว่าผู้ขายฝากเป็นผู้บริโภค จำเลยจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยอันมีมูลจากการขายฝากกับให้ชำระค่าเสียหาย จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา ๓ (๔)

วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์