ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์        บริษัท บ  (ประเทศไทย) จำกัด                            โจทก์

ที่ ๘๗๕/๒๕๖๘                                 บริษัท ด  จำกัด ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน          จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ จำเลยที่ 1 สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับบริการทางการค้าและบริการจากโจทก์ มีข้อตกลงว่าจำเลยที่ 1 สามารถสั่งซื้อขายสินค้า รับบริการและให้บริการแก่คู่ค้าในกลุ่มสมาชิกได้เท่ากับจำนวนเงินที่ได้รับอนุมัติจากโจทก์ ภายหลังจำเลยที่ 1 ได้รับอนุมัติวงเงินจากโจทก์แล้ว จำเลยที่ 1 ซื้อขายกับคู่ค้าในกลุ่มสมาชิกโจทก์หลายครั้ง ต่อมาดุลบัญชีทางการค้าของจำเลยที่ 1 ติดลบ ค้างชำระค่าทำธุรกรรมและค่าธรรมเนียมแก่โจทก์โจทก์มีหนังสือทวงถามและบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยทั้งสองแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                   จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่าง    ผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบกิจการให้บริการทางการค้าและให้บริการเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่างสมาชิกโจทก์รวมทั้งจำเลยที่ 1  โดยเรียกค่าบริการและค่าธรรมเนียมตามทางการค้าปกติของตน โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้รับบริการนั้น เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ จำเลยที่ ๑ รับบริการทางการค้าจากโจทก์เพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการอันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้ในมูลสัญญาให้บริการทางการค้าจึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

วินิจฉัยว่า ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นายอดิศักดิ์   ตันติวงศ์)

ประธานศาลอุทธรณ์