คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว ส. โจทก์
ที่ ๘๙๑/๒๕๖๗
บริษัท ท. จำเลย
มูลคดีที่โจทก์ฟ้องเกิดจากเหตุละเมิดที่มิได้สืบเนื่องมาจากการบริการของจำเลย การที่โจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์ที่ก่อเหตุละเมิด จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วและเป็นทายาทโดยธรรมของนาย ก (ผู้ตาย) จำเลยประกอบกิจการประกันภัยและรับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน บต xxxx นครพนม ซึ่งภายหลังเอาประกันภัยเปลี่ยนเป็นหมายเลขทะเบียน บห xxxx สกลนคร ระหว่างระยะเวลาคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย นาย ส ขับรถยนต์ที่จำเลยรับประกันภัยไว้ไปตามถนนสายบ้านเหล่า - บ้านวังบง มุ่งหน้าบ้านวังบง เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณก่อนเข้าบ้านวังบง ตำบลวานรนิวาส อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นถนนแบ่งเป็น ๒ ช่องเดินรถ ไปและกลับอย่างละ ๑ ช่อง มีแนวเส้นประสีเหลืองแบ่งช่องเดินรถ ด้วยความประมาทเลินเล่อใช้ความเร็วสูงเกินสมควรในเขตชุมชนและคร่อมเส้นประสีเหลืองแบ่งช่องเดินรถเข้าไปในช่องเดินรถสวนที่นาย ก ขับรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน ๑ กจ สกลนคร xx แซงรถสามล้อเครื่องคันหน้าและชิดขอบทางด้านซ้ายแล้วเป็นเหตุให้รถยนต์ที่นายสมบัติขับมาเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่นาย ก ขับ ทำให้นาย ก ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจนถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาและรถจักรยานยนต์ขับนาย ก ได้รับความเสียหาย โจทก์เรียกให้จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วแต่จำเลยปฏิเสธ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยรับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน บต xxxx นครพนม มีนาย จ เป็นผู้เอาประกัน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่นกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบธุรกิจประกันภัยและรับประกันภัยรถยนต์จากนาย จ โดยเรียกค่าเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ โดยมีนาย จ ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนนาย ก ไม่ได้มีความสัมพันธ์ในฐานะผู้รับบริการจากจำเลย นาย ก จึงไม่อยู่ในฐานะผู้บริโภค มูลคดีที่โจทก์ฟ้องเกิดจากเหตุละเมิดที่มิได้สืบเนื่องมาจากการบริการของจำเลย การที่โจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์ที่ก่อเหตุละเมิด จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๑๐ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
สุวิชา นาควัชระ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์