ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                บริษัท ม.                          โจทก์

ที่ ๙๓๖/๒๕๖๕                                      นาย ช.                                   จำเลย

 

โจทก์ประกอบกิจการประกันภัยและรับประกันภัยทรัพย์สินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ประกอบธุรกิจเนื่องจากมีวัตถุประสงค์ในการให้เช่าทรัพย์สินและให้จำเลยเช่าห้องพักอาศัยโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน เมื่อโจทก์อ้างว่าชำระค่าสินไหมทดแทนแล้วรับช่วงสิทธิจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเรียกค่าเสียหายจากจำเลยผู้กระทำละเมิด โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกัน ส่วนจำเลยเป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาเช่าห้องเพื่อพักอาศัย จำเลยจึงเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดชำระค่าเสียหายในมูลละเมิดอันสืบเนื่องจากสัญญาเช่าตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

 

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการประกันภัยและรับประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สินไว้จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำเลยรับโอนสิทธิการเช่าห้องพักอาศัย เลขที่ ๘๐๘ อาคารพักอาศัยระเบียงจามจุรี ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระหว่างกรมธรรม์มีผลบังคับ จำเลยกระทำการโดยประมาทเลินเล่อในการใช้และรักษาอุปกรณ์ภายในห้องพักอาศัยที่เช่าเป็นเหตุให้อุปกรณ์ใต้ตู้บิวท์อินซิงค์ล้างจานในห้องดังกล่าวเป็นสนิม เกลียวผุ หัก ชำรุด  ทำให้มีน้ำรั่วไหลออกมาจากอุปกรณ์ดังกล่าวในปริมาณมาก ทำให้ทรัพย์สินภายในห้องดังกล่าวและทรัพย์สินอื่นของผู้เอาประกันภัยได้รับความเสียหาย โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว จึงรับช่วงสิทธิผู้เอาประกันภัยทวงถามให้จำเลยชำระค่าเสียหาย แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                    พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีวัตถุประสงค์ในการให้เช่าทรัพย์สินและให้จำเลยเช่าห้องพักอาศัยโดยเรียกค่าเช่าเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ โจทก์ประกอบกิจการประกันภัยและรับประกันภัยทรัพย์สินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โจทก์อ้างว่าชำระค่าสินไหมทดแทนแล้วรับช่วงสิทธิจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเรียกค่าเสียหายจากจำเลยผู้กระทำละเมิด โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกัน ส่วนจำเลยเป็นผู้เช่าและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้น เห็นว่า จำเลยเป็นบุคคลธรรมดาทำสัญญาเช่าห้องเพื่อพักอาศัย จำเลยจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดชำระค่าเสียหายในมูลละเมิดอันสืบเนื่องจากสัญญาเช่าตามฟ้อง จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

                   วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

                                                                                      วินิจฉัย ณ วันที่          เดือน     สิงหาคม     พุทธศักราช     ๒๕๖๕

พศวัจณ์   กนกนาก

 (นายพศวัจณ์   กนกนาก)

ประธานศาลอุทธรณ์