ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                       นาย ธ.                               โจทก์

ที่ ๘๙๒/๒๕๖๗                                              นางสาว ท.                        จำเลย

                  

จำเลยประกอบกิจการค้าขายผลหมาก จำเลยขายผลหมากให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนโจทก์ซื้อผลหมากจำนวนมาก พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่าโจทก์ซื้อเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาซื้อขาย จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)

                  

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์สั่งซื้อผลหมากจากจำเลยหลายครั้ง โจทก์ชำระเงินให้จำเลยแล้วรวมเป็นเงิน ๕๕๗,๐๐๐ บาท แต่จำเลยส่งมอบผลหมากให้โจทก์เพียง ๓,๓๙๕ กิโลกรัม
โจทก์
ทวงถามให้จำเลยคืนเงินแล้ว จำเลยคืนเงินให้โจทก์เพียงบางส่วน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   ศาลจังหวัดตราดส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการค้าขายผลหมาก จำเลยขายผลหมากให้แก่โจทก์ตามทางการค้าปกติของตน จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซื้อผลหมากจำนวนมาก พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่าโจทก์ซื้อเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาซื้อขาย จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                   วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

                                                           วินิจฉัย ณ  วันที่ ๑๐ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗

สุวิชา   นาควัชระ

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์