คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ก. กับพวก โจทก์
ที่ ๙๑๘/๒๕๖๗ นาย ด. จำเลย
จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท จ. จำกัด ซึ่งประกอบกิจการจำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ จำเลยตกลงขายถุงมือไวนิลแบบไม่มีแป้งอเนกประสงค์แก่โจทก์ทั้งสองตามทางการค้าปกติของตน จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร โจทก์ทั้งสองร่วมกันสั่งซื้อถุงมือไวนิลแบบไม่มีแป้งจากจำเลยจำนวนมาก คิดเป็นค่าสินค้า ๑๐๑,๕๔๗,๕๒๖.๑๖ บาท เพื่อนำไปใช้ในการประกอบกิจการหรือจำหน่ายต่อ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์ทั้งสองจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินและชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาซื้อขาย จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ที่ ๒ เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท จ. จำกัด ซึ่งประกอบกิจการจำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โจทก์ทั้งสองสั่งซื้อถุงมือไวนิลแบบไม่มีแป้งอเนกประสงค์ขนาดต่าง ๆ กับจำเลยตามใบสั่งซื้อของโจทก์ที่ ๒ จำนวน ๔๒ ฉบับ โจทก์ทั้งสองชำระเงินมัดจำค่าสินค้าโดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท จ. จำกัด รวม ๓ ครั้ง เป็นเงิน ๑๐๑,๕๔๗,๕๒๖.๑๖ บาท แต่จำเลยและบริษัท จ. จำกัด ส่งมอบสินค้าเพียง ๕ ตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ต้องการสินค้าซึ่งมอบหมายให้โจทก์ที่ ๑ เป็นผู้สั่งซื้อ โจทก์ทั้งสองทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งสอง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์ทั้งสองอ้างตามคำฟ้องว่าจำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท จ. จำกัด ซึ่งประกอบกิจการจำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ จำเลยตกลงขายถุงมือไวนิลแบบไม่มีแป้งอเนกประสงค์แก่โจทก์ทั้งสองตามทางการค้าปกติของตน จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร โจทก์ทั้งสองร่วมกันสั่งซื้อถุงมือไวนิลแบบไม่มีแป้งจากจำเลยจำนวนมากเพื่อนำไปใช้ในการประกอบกิจการหรือจำหน่ายต่อ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์ทั้งสองจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินและชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาซื้อขาย จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๑๖ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
สุวิชา นาควัชระ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์