คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว ธ. โจทก์
ที่ ๘๐๒/๒๕๖๗ นาง ว. จำเลย
โจทก์ตกลงขายที่ดินพร้อมบ้านให้แก่จำเลย มีข้อตกลงติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ในบ้าน และอำนวยความสะดวกในการขอสินเชื่อ ทั้งโจทก์ยินยอมให้จำเลยเข้าอยู่อาศัยในที่ดินพร้อมบ้านที่ซื้อขายก่อนชำระราคาครบถ้วนโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์มีความสัมพันธ์ฉันใดที่จะต้องให้ความช่วยเหลือแก่จำเลยดังกล่าว ทั้งเป็นวิธีปฏิบัติของผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ดำเนินการ เมื่อจำเลยอ้างในคำร้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วปรับปรุงตกแต่งเพื่อขายต่อและโจทก์มิได้คัดค้าน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่า โจทก์ตกลงขายที่ดินพร้อมบ้านตามฟ้องให้แก่จำเลยตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยซื้อที่ดินพร้อมบ้านตามฟ้องเพื่ออยู่อาศัย จึงเป็นผู้บริโภค เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยอันมีมูลจากการซื้อขายที่ดินพร้อมบ้าน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๔xxx ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พร้อมบ้านเดี่ยวสองชั้นเลขที่ ๑x/xxx หมู่ ๓ ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๔ จำเลยติดต่อขอซื้อที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวจากโจทก์ราคา ๓,๔๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยวางมัดจำ ๒๐๐,๐๐๐ บาท และขอให้โจทก์ติดตั้งมุ้งลวด ราวตากผ้าในห้องน้ำ ๓ ห้อง ปั๊มน้ำและถังน้ำขนาด ๒,๐๐๐ ลิตร ให้พร้อมใช้งาน จัดหาเครื่องปรับอากาศสำหรับติดตั้งในบ้านโดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าเครื่องปรับอากาศก่อนติดตั้ง โจทก์จะอำนวยความสะดวกแก่จำเลยในการขอสินเชื่อจากธนาคาร หลังจากนั้นจำเลยวางมัดจำเพิ่ม ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารเข้าอยู่อาศัย ตกลงชำระเงินส่วนที่เหลือและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ ครบกำหนดจำเลยไม่ชำระราคาส่วนที่เหลือและจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้าน โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาขอให้บังคับจำเลยชำระราคาที่ดินพร้อมบ้านส่วนที่ค้างชำระให้แก่โจทก์และรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านจากโจทก์ หากไม่ดำเนินการ ให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปและส่งมอบที่ดินพร้อมบ้านให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โจทก์อ้างตามคำฟ้องว่า โจทก์ตกลงขายที่ดินพร้อมบ้านตามฟ้องให้แก่จำเลย มีข้อตกลงติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ในบ้าน และอำนวยความสะดวกในการขอสินเชื่อ ทั้งโจทก์ยินยอมให้จำเลยเข้าอยู่อาศัยในที่ดินพร้อมบ้านที่ซื้อขายก่อนชำระราคาครบถ้วนโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์มีความสัมพันธ์ฉันใดที่จะต้องให้ความช่วยเหลือแก่จำเลยดังกล่าว ทั้งเป็นวิธีปฏิบัติของผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ดำเนินการ เมื่อจำเลยอ้างในคำร้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วปรับปรุงตกแต่งเพื่อขายต่อและโจทก์มิได้คัดค้าน พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่า โจทก์ตกลงขายที่ดินพร้อมบ้านตามฟ้องให้แก่จำเลยตามทางการค้าปกติของตน
โจทก์จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนจำเลยซื้อที่ดินพร้อมบ้านตามฟ้องเพื่ออยู่อาศัย จึงเป็นผู้บริโภค ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยอันมีมูลจากการซื้อขายที่ดินพร้อมบ้าน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
วินิจฉัย ณ วันที่ ๒๖ เดือน สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
สุวิชา นาควัชระ
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์