คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ส. โจทก์
ที่ ๒๒๕/๒๕๖๗ นาย ค. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยก่อสร้างอาคารพาณิชย์สำนักงาน ค. ชั้นที่ ๒ ของห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ตกลงแบ่งชำระค่าจ้างตามงวดงาน ภายหลังทำสัญญา โจทก์ชำระค่าจ้างล่วงหน้าตามสัญญา แต่จำเลยทำงานที่รับจ้างล่าช้า ชำรุดบกพร่อง และละทิ้งงาน โจทก์ต้องว่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่ในราคาสูงกว่าเดิมและไม่สามารถใช้ประโยชน์งานที่ว่าจ้างได้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยรับจ้างโจทก์ทำงานตามฟ้องจริง แต่โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแพ่งพระโขนงส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างและรับจ้างโจทก์ก่อสร้างอาคารพาณิชย์สำนักงาน ค. ชั้นที่ ๒ ของห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ผู้ว่าจ้างนั้นเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด อ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร โจทก์แถลงต่อศาลแพ่งพระโขนงว่าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว โจทก์ว่าจ้างจำเลยก่อสร้างอาคารพาณิชย์ตามฟ้องเพื่อใช้เป็นสำนักงานในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าและบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์