ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์       บริษัท ซ. จำกัด                            โจทก์

ที่  ๒๓๐/๒๕๖๗                              บริษัท อ จำกัด ที่ ๑ กับพวก          จำเลย                                                                      

                   โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่ารถยนต์ จำเลยทั้งสองทำสัญญาเช่ารถยนต์ยี่ห้อ ม. หมายเลขทะเบียน XXX กรุงเทพมหานคร กับโจทก์ ๑ คัน และทำสัญญาให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมรถยนต์ดังกล่าว มีกำหนด ๖๐ เดือน ตกลงชำระค่าเช่าตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา ต่อมาจำเลยทั้งสองรับโอนสิทธิการเช่ารถยนต์อีก ๑ คัน ยี่ห้อ ฮ. หมายเลขทะเบียน XXX กรุงเทพมหานคร จากบริษัท ส. จำกัด โดยตกลงปฏิบัติตามสัญญาเช่ารถยนต์เดิมที่บริษัทดังกล่าวทำกับโจทก์ ภายหลังทำสัญญาจำเลยทั้งสองผิดนัดชำระค่าเช่าและบริการ โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้ว จำเลยทั้งสองส่งมอบรถยนต์ทั้งสองคันคืนแก่โจทก์แล้ว แต่ไม่ชำระหนี้ที่ค้างชำระ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า คดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค และจำเลยที่ ๒ ให้การว่าตนทำสัญญาเช่าและสัญญาให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมรถยนต์กับโจทก์ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนของจำเลยที่ ๑ ขอให้ยกฟ้อง

                           จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                   พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบธุรกิจให้เช่ารถยนต์ โจทก์ให้จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่ารถยนต์และสัญญาให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมรถยนต์โดยเรียกค่าเช่าและค่าบริการเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้เช่านั้นเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่ารถยนต์และสัญญาให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมรถยนต์ รวมทั้งรับโอนสิทธิตามสัญญาเช่ารถยนต์จากบริษัท ส. จำกัด เพื่อประโยชน์ในการประกอบกิจการ อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในมูลสัญญาเช่าและสัญญาให้บริการบำรุงรักษาและซ่อมรถยนต์ โดยให้จำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดตามฟ้อง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

         (นางสุวิชา   นาควัชระ)

        ประธานศาลอุทธรณ์