ค้นหาคำวินิจฉัย

 คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์                นาย ส                                                 โจทก์

ที่  ๒๘๖/๒๕๖๗                                              บริษัท ก จำกัด ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน         จำเลย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจรับก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัยมีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยทั้งสองก่อสร้างปรับปรุงอาคารสำนักงาน ๔ ชั้น ตกลงค่าจ้างรวม ๒ สัญญาเป็นเงิน ๑๐,๙๙๙,๓๙๒ บาท แบ่งชำระเงินตามงวดงานเป็น ๑๐ งวด ภายหลังทำสัญญาจำเลยทั้งสองได้เบิกเงินค่างวดแล้ว ๗ งวดงาน แต่จำเลยทั้งสองทำงานล่าช้า ใช้วัสดุในการก่อสร้างที่มีคุณภาพต่ำ มิได้ยื่นแบบและขออนุญาตการก่อสร้างจากสำนักงานเขต และละทิ้งงาน โจทก์ต้องว่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่ดำเนินการแทนโดยเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ท จำกัด โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยทั้งสองปรับปรุงอาคารสำนักงาน ๔ ชั้น เพื่อใช้ในการประกอบกิจการ คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาและผิดนัดชำระค่าจ้าง โจทก์บอกเลิกสัญญาว่าจ้างโดยไม่ชอบ ทำให้จำเลยทั้งสองได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับโจทก์ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยทั้งสอง

                   จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

 โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค

                พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้อง คำให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง มีจำเลยที่ ๒ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน จำเลยทั้งสองรับจ้างโจทก์ก่อสร้างปรับปรุงอาคาสำนักงาน ๔ ชั้น โดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยทั้งสองจึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ซึ่งเป็น
ผู้ว่าจ้าง แม้เป็นบุคคลธรรมดาแต่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท xxxx จำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร โจทก์ว่าจ้างจำเลยทั้งสองปรับปรุงอาคารสำนักงาน ๔ ชั้น เพื่อใช้พื้นที่เป็นสำนักงานของบริษัทดังกล่าว พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่าโจทก์แสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากงานที่ว่าจ้างอีกต่อหนึ่ง โจทก์จึงไม่ใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายอันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔) ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ ไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามนัย มาตรา ๒๑

                   วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

ประธานศาลอุทธรณ์