ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์         บริษัท ป จำกัด                                                                โจทก์

ที่ ๒๖๔/๒๕๖๗                                นาง ว                                                                          จำเลย

                   โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าเครื่องจักรกล จำเลยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ช จำกัด ซึ่งประกอบกิจการโรงงานผลิตยางพาราดิบชนิดแผ่น จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อเครื่องรีดยางเครป จากโจทก์ ๑ เครื่อง ราคา ๘๘๔,๐๐๐ บาท เพื่อนำไปใช้ในกิจการ ภายหลังทำสัญญาจำเลยผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์ทวงถามและบอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อคืน หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน กับให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

                   จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า คดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ประกอบกิจการค้าเครื่องจักรกลและให้จำเลยเช่าซื้อเครื่องรีดยางเครปโดยเรียกค่าเช่าซื้อเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าซื้อและให้เช่าซื้อด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยแม้เป็นบุคคลธรรมดา แต่เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ช จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร มีวัตถุประสงค์ประกิจการโรงงานผลิตยางดิบชนิดแผ่นหรือยางเครปจากธรรมชาติ พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้เชื่อได้ว่าจำเลยเช่าซื้อเครื่องรีดยางเครปจากโจทก์เพื่อนำไปใช้ในการประกอบกิจการของบริษัทดังกล่าว อันเป็นการแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจอีกต่อหนึ่ง จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แต่อยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลเช่าซื้อ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                    วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

    ประธานศาลอุทธรณ์