ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์        นางสาวก.                                            โจทก์

ที่  ๓๕๔/๒๕๖๗                               นายม. ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน                    จำเลย                          

                         โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ xxxxx ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พร้อมบ้านเลขที่ xxx/xx จำเลยทั้งสองเข้าครอบครองที่ดินพร้อมบ้านดังกล่าวโดยอ้างว่าทำสัญญาเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทล. จำกัด ซึ่งสัญญาเช่าดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้จำเลยทั้งสองมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ๒ ปีแรก และให้จำเลยทั้งสองเช่าที่ดินเกิน ๓๐ ปี โดยไม่จดทะเบียนการเช่า อันต้องห้ามโดยชัดแจ้งด้วยกฎหมายจึงตกเป็นโมฆะและไม่ผูกพันโจทก์ โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสองออกไปแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปและส่งมอบที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างคืนแก่โจทก์ กับให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

       จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า จำเลยทั้งสองทำสัญญาเช่าที่ดินตามฟ้องกับบริษัทล. จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์ ราคา ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนบ้านในที่ดินดังกล่าวซึ่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรมนั้นมีข้อตกลงให้จำเลยทั้งสองชำระค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงบ้าน เมื่อปรับปรุงแล้วเสร็จจะจดทะเบียนการเช่าที่ดินให้แก่จำเลยทั้งสอง มีกำหนด ๓๐ ปี และต่อสัญญาเช่าได้อีก ๓๐ ปี รวมทั้งให้สิทธิการเช่าตกทอดแก่ทายาทของจำเลยทั้งสองได้ แต่โจทก์มีปัญหากับบริษัทตัวแทน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง

                             จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

         พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตราคดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การพร้อมเอกสารแนบท้ายว่า โจทก์ทำสัญญาให้บริษัทล. จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นตัวแทนโจทก์ในการจัดหาผู้เช่า ผู้เช่าซื้อ หรือผู้ซื้อ ที่ดินพร้อมบ้านของโจทก์ตามที่ระบุไว้ในสัญญา พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ส่อแสดงว่าโจทก์ให้เช่าที่ดินพร้อมบ้านตามฟ้องโดยเรียกค่าเช่าตามทางการค้าปกติของตน ซึ่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ การซื้อและขาย หมายความรวมถึงการเช่าและให้เช่าด้วย โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าจึงอยู่ในฐานะผู้ขายและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนจำเลยทั้งสองอ้างว่าครอบครองที่ดินพร้อมบ้านตามฟ้องเพื่อพักอาศัยโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าซึ่งเป็นผู้เช่าและอยู่ในฐานะผู้ซื้อนั้น ไม่ปรากฏว่าแสวงประโยชน์โดยตรงทางธุรกิจจากทรัพย์สินที่เช่าอีกต่อหนึ่ง จำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนปัญหาว่าสัญญาเช่าที่ดินระหว่างจำเลยทั้งสองกับบริษัทล. จำกัด ผูกพันโจทก์หรือไม่ และจำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นพิจารณา เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองในมูลละเมิดอันเนื่องจากสัญญาเช่า จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑)

      วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค

(นางสุวิชา   นาควัชระ)

   ประธานศาลอุทธรณ์