ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์     บริษัท พ.                                              โจทก์

ที่ ๓๖๒/๒๕๖๗                            นางสาว จ. ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน              จำเลย            

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินเพื่อนำมาบริหารหรือจำหน่ายจ่ายโอนต่อไป เดิมจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถตู้โดยสารประจำทางพร้อมอุปกรณ์จากธนาคาร ท. จำนวน ๑๔ คัน เพื่อใช้ในกิจการของจำเลยที่ ๑ มีจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ ๑ ไม่สามารถชำระค่าเช่าซื้อได้จึงทำบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาเช่าซื้อเพื่อรับสภาพหนี้และปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับธนาคาร แต่จำเลยที่ ๑ ยังคงผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ ต่อมาธนาคารโอนสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้และหลักประกันดังกล่าวให้แก่โจทก์ โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องและทวงถามไปยังจำเลยทั้งสองแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อ ๑๔ คัน คืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน กับให้ชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘ วรรคสอง บัญญัติว่า การขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ ไม่ว่าโดยคู่ความเป็นผู้ขอหรือโดยศาลเห็นสมควร ถ้าเป็นการขอในคดีผู้บริโภคต้องกระทำอย่างช้าในวันนัดพิจารณา หากพ้นกำหนดเวลาแล้วห้ามมิให้มีการขอให้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอีก คดีนี้ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรารับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างคดีผู้บริโภค โดยกำหนดนัดพิจารณาในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เมื่อถึงวันนัดจำเลยทั้งสองยื่นคำให้การและศาลจังหวัดฉะเชิงเทรามีคำสั่งรับคำให้การจำเลยทั้งสอง อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวกับการให้การแก้คดี จึงเป็นวันนัดพิจารณาตามมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๖ แล้ว หากมีกรณีต้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ก็ต้องกระทำในวันดังกล่าว การที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราส่งคดีให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ย่อมเป็นการล่วงเลยเวลาที่จะขอให้มีการวินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และส่งสำนวนคืนศาลจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป

                                                (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                                  ประธานศาลอุทธรณ์