ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์       ธนาคาร พ                โจทก์

ที่  ๔๕๕/๒๕๖๗                                นาย จ                       จำเลย

                    โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อที่ดินของนาย ก โดยติดจำนองมาจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์เป็นผู้รับจำนองที่ดินดังกล่าวเป็นประกันการชำระหนี้ของนาง ก ลูกหนี้เงินกู้โจทก์ โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองไปยังจำเลยแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และบังคับจำนอง

                    จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง

                    จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่

                    พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ประกอบการธนาคารและให้นาง ก กู้ยืมเงิน มีนาย ก จดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกัน โดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีนาง ก และนาย ก อยู่ในฐานะผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภค ส่วนจำเลยเป็นเพียงผู้ซื้อทรัพย์จำนองจากการขายทอดตลาด หาทำให้มีฐานะเป็นผู้จำนองแทนลูกหนี้เดิม ซึ่งเป็นผู้รับบริการไม่ จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ในมูลหนี้จำนอง จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)

                    วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค

 

                                 (นางสุวิชา   นาควัชระ)

                                   ประธานศาลอุทธรณ์