คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาย ด. โจทก์
ที่ ๓๖๘/๒๕๖๗ บริษัท ว. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการขายปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการจัดการหาแหล่งเงินทุน ให้คำปรึกษาด้านการเงิน มีกำหนด ๓ ปี ตกลงค่าจ้าง ๔,๐๘๐,๐๐๐ บาท แบ่งชำระเป็นงวดรายเดือนตามอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา และมีข้อตกลงว่าหากผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างไม่ว่ากรณีใด ๆ ผู้ว่าจ้างจะชำระค่าจ้างให้ครบถ้วนเต็มจำนวน ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันบอกเลิกสัญญาจ้าง ภายหลังทำสัญญา จำเลยผิดนัดชำระค่าจ้างแก่โจทก์หลายงวดถือว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างและมีเจตนาบอกเลิกสัญญาจ้าง โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระค่าจ้างที่ค้างตามสัญญาแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์รับค่าจ้างจากจำเลยเกินว่าปริมาณการงานที่ทำ ขอให้บังคับโจทก์คืนค่าจ้างส่วนที่เกินพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้ไม่เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์ทำสัญญารับจ้างเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการจัดการหาแหล่งเงินทุน ให้คำปรึกษาด้านการเงินอันเป็นการรับจัดทำการงานให้แก่จำเลยโดยเรียกค่าจ้างเป็นค่าตอบแทน แต่จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบการค้าแสวงหากำไร จำเลยว่าจ้างโจทก์ทำงานดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจ จำเลยจึงมิใช่ผู้บริโภค แม้โจทก์รับจ้างจำเลยทำงานตามฟ้องโดยเรียกค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์และจำเลยก็ไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคต่อกัน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคพ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้อันมีมูลจากสัญญาจ้างทำของ จึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔) สำหรับฟ้องแย้งของจำเลยซึ่งยื่นภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ ไม่เป็นคดีผู้บริโภคตามนัยมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์