คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นาง ส. โจทก์
ที่ ๔๗๒/๒๕๖๗ นางสาว ช. จำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ไม่ได้ประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงิน จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๕ ต่อปี ภายหลังทำสัญญาจำเลยผิดนัดชำระหนี้ โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการและให้การว่า โจทก์บังคับให้จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินโดยนำเงินค่าแชร์ที่จำเลยไม่สามารถส่งเข้าชำระในวงแชร์ที่ร่วมเล่นมาจัดทำเป็นสัญญากู้ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่าโจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงิน แม้จะมีการเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน แต่โจทก์ไม่ได้เรียกให้จำเลยวางหลักประกันการให้กู้ยืมเงิน อันเป็นการผิดวิสัยของผู้ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินและจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานคดีศาลแขวงเชียงดาว ได้ความว่าโจทก์เคยยื่นฟ้องบุคคลอื่นในมูลให้กู้ยืมเงินอีกเพียง ๑ คดี พฤติการณ์แห่งคดีในชั้นนี้ฟังไม่ได้ว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน โจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะผู้ให้บริการและไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โจทก์และจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคต่อกัน เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลกู้ยืมเงินจึงมิใช่คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) ทั้งไม่เข้าเกณฑ์เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๒) ถึง ๓ (๔)
วินิจฉัยว่าไม่เป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์