คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร อ. กับพวก โจทก์
ที่ ๓๗๗/๒๕๖๗ บริษัท ว. กับพวก จำเลย
โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มีวัตถุประสงค์เพื่อรับโอนสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ร่วมกันของหมู่บ้านจัดสรร โจทก์ที่ ๒ เป็นเจ้าของที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในหมู่บ้าน อ. และเป็นสมาชิกของโจทก์ที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเป็นผู้จัดสรรที่ดินโครงการหมู่บ้าน อ. เพื่อจำหน่ายแก่บุคคลทั่วไป มีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๐ เป็นกรรมการ ภายหลังจดทะเบียนจัดตั้งโจทก์ที่ ๑ แล้ว โจทก์ที่ ๑ ตรวจสอบพบว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ก่อสร้างโครงการให้ถูกต้องตามแบบที่ได้รับอนุญาต ไม่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคให้คงสภาพพร้อมใช้งาน เรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมสาธารณูปโภคจากผู้ซื้อที่ดินหรือสมาชิกโดยไม่มีสิทธิ แม้คณะอนุกรรมการคุ้มครอง ผู้ซื้อที่ดินจัดสรร กรุงเทพมหานคร มีคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ แก้ไขจัดการสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะแล้ว แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ดำเนินการ ไม่จดทะเบียนโอนและไม่ส่งมอบที่ดินพร้อมโฉนดที่ดินเลขที่ AAA และ BBB อันเป็นที่ตั้งสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะให้แก่โจทก์ที่ ๑ แต่กลับจดทะเบียนโอนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ CCC และ DDD ซึ่งเป็นที่ตั้งสาธารณูปโภคประเภทถนน ในโครงการให้แก่จำเลยที่ ๑๑ โดยไม่ชอบ และไม่จัดให้มีบริการสาธารณะประเภทร้านค้าย่อยบนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ EEE และ FFF รวมถึงไม่จัดทำถนนในโครงการให้เป็นถนนคอนกรีตและไม่ติดตั้งโคมไฟส่องสว่าง โจทก์ทั้งสองทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสิบเอ็ดเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๑ คืนเงินค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่เรียกเก็บไปโดยไม่ชอบ ชำระค่าเสียหายและค่าขาดประโยชน์พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๑ โอนหรือจดแจ้งที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ AAA และ BBB เป็นสาธารณูปโภค โอนหรือจดแจ้งที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ EEE และ FFF เป็นบริการสาธารณะประเภทร้านค้าย่อยและส่งมอบโฉนดที่ดินทั้งสี่แปลงแก่โจทก์ที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๑๑ โอนหรือจดแจ้งที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ CCC และ DDD เป็นสาธารณูปโภคประเภทถนนและส่งมอบโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ ๑
จำเลยทั้งสิบเอ็ดให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
โจทก์ทั้งสองยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๑ ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเป็นผู้จัดสรรที่ดินโครงการหมู่บ้าน อ. เพื่อขายตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๑ จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ ส่วนโจทก์ที่ ๑ เป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการและดูแลรักษาทรัพย์ส่วนกลาง และโจทก์ที่ ๑ อาจใช้สิทธิของเจ้าของร่วมครอบไปถึงทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดในการต่อสู้บุคคลภายนอกหรือเรียกร้องเอาทรัพย์สินคืนเพื่อประโยชน์ของเจ้าของร่วมได้ ตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ดังนี้ โจทก์ที่ ๑ ย่อมอยู่ในฐานะกระทำการแทนและเพื่อประโยชน์แก่เจ้าของร่วม ถือได้ว่าโจทก์ที่ ๑ อยู่ในฐานะเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ส่วนโจทก์ที่ ๒ เป็นสมาชิกของโจทก์ที่ ๑ และเป็นผู้ใช้บริการสาธารณะในหมู่บ้านโดยเสียค่าตอบแทน โจทก์ที่ ๒ จึงอยู่ในฐานะผู้บริโภคเช่นกัน เมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ เกี่ยวกับสาธารณูปโภคของหมู่บ้าน จึงเป็นคดีผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๑ ซึ่งโจทก์ทั้งสองฟ้องให้รับผิดรวมกันมาในคดีนี้นั้น ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓)
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์