ค้นหาคำวินิจฉัย

คำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์     นางสาว ฉ.             โจทก์
ที่  ๓๙๖/๒๕๖๗                             บริษัท ว.               จำเลย                                                  
            โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดในโครงการ ด. กับจำเลย ๔ ห้อง โจทก์ชำระเงินตามสัญญาให้แก่จำเลยบางส่วนแล้ว แต่จำเลยไม่ก่อสร้างอาคารชุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญาและเงื่อนไขตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินค่าห้องชุดและชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
              จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
               จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
              โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าคดีนี้เป็นคดีผู้บริโภค
             พิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๘ วรรคสอง บัญญัติว่า การขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาว่าคดีใดเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ ไม่ว่าโดยคู่ความเป็นผู้ขอหรือโดยศาลเห็นสมควร ถ้าเป็นการขอในคดีผู้บริโภคต้องกระทำอย่างช้าในวันนัดพิจารณา หากพ้นกำหนดเวลาแล้วห้ามมิให้มีการขอให้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอีก คดีนี้ศาลจังหวัดพัทยารับฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างคดีผู้บริโภค โดยกำหนดนัดพิจารณาในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ เมื่อถึงวันนัดจำเลยยื่นคำให้การและศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งรับคำให้การของจำเลย อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวกับการให้การแก้คดีจึงเป็นวันนัดพิจารณาตามมาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๖ แล้ว หากมีกรณีต้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่ก็ต้องกระทำในวันดังกล่าว การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ย่อมเป็นการล่วงเลยเวลาที่จะขอให้มีการวินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
             ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และส่งสำนวนคืนศาลจังหวัดพัทยาเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป

                                                                (นางสุวิชา   นาควัชระ)  
                                                         ประธานศาลอุทธรณ์