วินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ นางสาว ส. โจทก์
ที่ ๓๙๗/๒๕๖๗ นาย ศ. ที่ ๑ กับพวก จำเลย
บริษัท อ.ที่ ๑ กับพวก จำเลยร่วม
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการขนส่ง รับขน เก็บขยะ จำเลยที่ ๓ เป็นนิติบุคคลประเภทเทศบาลตำบล จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ จำเลยที่ ๔ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการประกันภัย และรับประกันภัยรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน X XXกรุงเทพมหานคร XXXX ของโจทก์ จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน XX - XXXX สมุทรปราการ ไปในทางการจ้าง วาน ใช้ หรือตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ และหรือมีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือเป็นเจ้าหน้าที่ พนักงาน ลูกจ้างของรัฐ สังกัดจำเลยที่ ๓ ไปตามถนนเทพารักษ์ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง ขับรถด้วยความเร็วสูง ไม่เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของโจทก์ซึ่งจอดรอสัญญาณไฟจราจรอยู่บริเวณสี่แยกการเคหะบางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ทำให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัท อ. และบริษัท ท. ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ที่ก่อเหตุละเมิด เข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลจังหวัดธัญบุรีมีคำสั่งอนุญาต โดยให้เรียกว่าจำเลยร่วมที่ ๑ และจำเลยร่วมที่ ๒ ตามลำดับ ต่อมาจำเลยที่ ๒ แถลงต่อศาลจังหวัดธัญบุรีว่า จำเลยร่วมที่ ๒ ชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์แล้ว จึงขอถอนคำร้องในส่วนของจำเลยร่วมที่ ๒ ศาลจังหวัดธัญบุรีมีคำสั่งอนุญาต จำหน่ายคดีเฉพาะในส่วนของจำเลยร่วมที่ ๒ ออกจากสารบบความ
จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภคหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ คดีผู้บริโภคหมายความว่า (๑) คดีแพ่งระหว่างผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภคตามมาตรา ๑๙ หรือตามกฎหมายอื่น กับผู้ประกอบธุรกิจซึ่งพิพาทกันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ และ (๓) คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกันกับคดีตาม (๑) ได้ความตามคำฟ้องและคำให้การว่า จำเลยที่ ๔ ประกอบกิจการประกันภัยและรับประกันภัยรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน X XX กรุงเทพมหานคร XXXX ของโจทก์โดยเรียกค่าเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทนตามทางการค้าปกติของตน จำเลยที่ ๔ จึงอยู่ในฐานะผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓ โดยมีโจทก์ผู้เอาประกันภัยเป็นผู้รับบริการและเป็นผู้บริโภคตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๔ ชำระค่าเสียหายในมูลสัญญาประกันภัย จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓ (๑) สำหรับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ซึ่งโจทก์ฟ้องให้รับผิดรวมกันมาในคดีนี้ ถือเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกัน จึงเป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๓ (๓) ส่วนจำเลยร่วมที่ ๑ ถูกศาลเรียกให้เข้ามาภายหลังที่มีการฟ้องคดีนี้ เป็นคดีผู้บริโภคตามมาตรา ๒๑
วินิจฉัยว่าเป็นคดีผู้บริโภค
(นางสุวิชา นาควัชระ)
ประธานศาลอุทธรณ์